6.7 ประวัติผืนและรางระนาดเอกที่มีชื่อเสียง
หากเปรียบระนาดเอกเป็นเสมือนอาวุธของนักระนาด
รางระนาด ก็คงเป็น ตัวอาวุธและ ผืนระนาด
เป็นเสมือน คมอาวุธ อาวุธที่ดีนั้นนอกจากจะจับถนัดมือแล้วต้องมีความคมด้วยจึงจะใช้ต่อสู้ศัตรูได้ดี
การบรรเลงระนาดเอกก็เช่นกัน คือ นอกจากตัวรางระนาดและไม้ระนาดจะต้องได้ส่วนและมีความถนัดมือของนักระนาดแล้ว
เสียงของผืนระนาดเอกจะต้องมีความคมไพเราะและมีอานุภาพในการสะกดผู้ฟังให้ดื่มด่ำประทับใจด้วย
ด้วยเหตุผลดังกล่าว นักระนาดเอกทุกคนจึงพยายามเสาะแสวงหาผืนระนาดเอกที่มีเสียงไพเราะน่าฟังไว้เป็นสมบัติประจำตัว
หากได้ผืนระนาดที่ถูกใจก็จะเก็บรักษาและดูแลอย่างดี เพื่อเอาไว้ใช้บรรเลงในโอกาสสำคัญๆ
เช่นการบรรเลงในงานใหญ่ๆ หรือการบรรเลงประชันกันเป็นต้น
ผืนระนาดก็เหมือนกับอาวุธคือ
มีประโยชน์ใช้สอยแตกต่างกันเช่น ผืนระนาดที่ใช้บรรเลงให้มีเสียงไพเราะอ่อนหวานมักจะนิยมใช้ผืนที่ทำจาก
ไม้ไผ่บง (คำว่าไผ่บงนี้เรียกตามความนิยมของนักดนตรีไทยทั่วไป
ที่จริงคือพันธุ์ไม้ไผ่ตงเพราะไม้ไผ่บงนั้นเป็นไม้เนื้ออ่อนนิยมใช้สานทำตะกร้า)
ทั้งนี้เพราะผืนระนาดที่เหลาจากไม้ไผ่ให้เสียงนุ่มนวลน่าฟังกว่าไม้ชนิดอื่น
ในกรณีของการทำขลุ่ยก็เช่นเดียวกันคือ ขลุ่ยที่ทำด้วยไม้ไผ่จะมีเสียงนุ่มนวลไพเราะน่าฟังกว่าขลุ่ยที่ทำด้วยไม้หรือวัสดุชนิดอื่น
นอกจากผืนระนาดไม้ไผ่จะมีเสียงไพเราะน่าฟังแล้ว ยังมีคุณประโยชน์อื่นอีกคือ การเหลาลูกระนาดไม้ไผ่จะมีส่วนกว้างของลูกระนาดโดยเฉลี่ยกว้างกว่าลูกระนาดที่เหลาด้วยไม้เนื้อแข็ง
เนื่องจากถ้าเหลาแคบไปเสียงจะอับไม่กังวาน การที่ลูกระนาดไม้ไผ่แต่ละลูกมีความกว้างมากขึ้น
ทำให้ผู้ที่ตีระนาดด้วยผืนไม้ไผ่ต้องกินแรงมากขึ้นเพราะต้องเคลื่อนไหวมือกว้างขึ้นตามไปด้วย
แต่ก็มีข้อดีคือเป็นการฝึกกำลังแขนไปด้วย เมื่อไปตีผืนระนาดที่มีลูกระนาดแคบลงเช่น
ผืนที่เหลาจากไม้เนื้อแข็งจะได้เปรียบเพราะทำให้ตีได้รวดเร็วขึ้น
ในบทนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องราวและภาพของผืนระนาดเอก
ที่เป็นถือว่าเป็นคู่มือของนักระนาดที่มีชื่อเสียง เท่าที่พอจะค้นหาได้มาแสดงไว้เพื่อให้ทราบกันพอเป็นสังเขป
เนื่องจากผืนระนาดเอกที่เป็นของพิเศษคู่มือของนักระนาดที่มีชื่อเสียงเลื่องลือนั้น
แต่ละท่านต่างก็ถือเป็นของสูงหรือของต้องห้ามที่มักจะหวงแหน ไม่ค่อยอยากจะให้ใครได้เห็นหรือขอยืมนำมาถ่ายภาพเพื่อบันทึกเป็นประวัติ
ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะนำเสนอประวัติความเป็นมาของผืนระนาดเหล่านี้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น
จำเป็นต้องใช้เวลาในการติดต่อผู้เป็นเจ้าของหรือบุตรหลานหรือผู้สืบสายสกุลของนักระนาดเหล่านั้นพอสมควร
ผืนระนาดเอกซึ่งมีชื่อเสียงและประวัติความเป็นมาน่าสนใจเท่าที่คณะทำงานพอจะค้นหาและนำข้อมูลมาเสนอในบทนี้มีด้วยกัน
4 ผืน ซึ่งแต่เดิมผืนระนาดเอกเหล่านี้เป็นสมบัติของ หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
ปัจจุบันได้เป็นมรดกตกทอดไปยังบุคคลผู้เป็นบุตรหลานและศิษย์ของท่านสามคนด้วยกันดังนี้
1) ผืนระนาดเอก ทับทิม

ผืนระนาดเอกผืนแรกที่จะขอนำมากล่าวถึงคือผืนระนาดที่ชื่อว่า
"ทับทิม" ผืนระนาดเอกผืนนี้เป็นผืนระนาดเอกที่เหลาจากไม้ชิงชัน ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งและมีสีออกแดงเข้มจัดพิเศษจึงเรียกว่า
ทับทิมซึ่งมีความหมายถึงสีของเมล็ดทับทิมที่มีสีแดงเข้มสะดุดตา
ระนาดผืนนี้เป็นผืนที่ท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯใช้สำหรับตีประชันฝีมือกับวงต่างๆ
เนื่องจากเสียงของระนาดเอกผืนนี้มีความสดใสไพเราะและ มีเสียงแกร่งกร้าวเหมาะสำหรับการบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง
ผืนระนาดเอกทับทิมนี้เป็นมรดกตกทอดมายังอาจารย์ประสิทธิ์
ศิลปบรรเลง (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของท่านครู
หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) และยังคงเก็บรักษาไว้ที่บ้านซอยพร้อมพงศ์
สุขุมวิท 39

2) ผืนระนาดเอก จำปา


ผืนระนาดเอกอีกผืนหนึ่งของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ
(ศร ศิลปบรรเลง) ซึ่งมีประวัติความเป็นน่าสนใจคือผืนระนาดเอกที่ชื่อ "จำปา"
ระนาดผืนนี้เป็นระนาดที่เหลาจากไม้ไผ่บง (ไผ่ตง) แต่เดิมมีสีออกไปทางเหลืองเข้มคล้ายสีของดอกจำปา
จึงมีชื่อเรียกว่าจำปา ผืนระนาดจำปามีคุณลักษณะพิเศษที่สำคัญคือ มีเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลไพเราะเป็นพิเศษ
จนท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯถึงกับสลักข้อความไว้ที่ด้านล่างของลูกระนาดว่า "รัก
คู่มือ" พร้อมทั้งสลักวันที่เอาไว้ด้วย ดังในภาพขวามือ
ผืนระนาดเอกจำปานี้ นอกจากจะมีเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลไพเราะเป็นพิเศษแล้ว
ลูกระนาดยังมีความกว้างเป็นพิเศษด้วย ดังนั้นผู้ที่ตีระนาดผืนนี้จะต้องใช้กำลังแขนมากเป็นพิเศษ
ท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯจึงใช้ผืนระนาดเอกจำปาเพื่อฝึกไล่มือ หรือใช้บรรเลงเพลงที่ต้องการเน้นความไพเราะอ่อนหวานเป็นพิเศษเท่านั้น
อาจารย์ขวัญชัย
ศิลปบรรเลง (เสียชีวิตไปนานแล้ว) ซึ่งเป็นลูกชายคนที่สองของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯ
เป็นผู้ที่ได้รับมอบผืนระนาดเอกจำปาไว้เป็นมรดก แต่ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตได้มอบผืนระนาดเอกจำปานี้ให้แก่
อาจารย์ประสิทธ์ ถาวร ซึ่งเป็นศิษย์เอกของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ซึ่งอาจารย์ประสิทธิ์ ถาวรได้เก็บรักษาระนาดเอกผืนนี้ไว้อย่างดีจนถึงปัจจุบัน

ผืนระนาดเอกจำปานี้ไม่ได้ใช้บรรเลงแล้ว
ปัจจุบันอาจารย์ประสิทธิ์ ถาวร เก็บรักษาบูชาไว้อย่างดี เพราะเป็นผืนระนาดเอกที่ถือว่าเป็นผืนคู่มือคู่ใจของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ(ศร
ศิลปบรรเลง)
3) ผืนระนาด (ย.ท.)

![]()
ผืนระนาดผืนที่สามที่มีชื่อเสียงของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ(ศร
ศิลปบรรเลง)นั้นมีชื่อย่อว่า "ย.ท." ซึ่งเป็นพระนามย่อของ
พลโท สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงโปรดและสนับสนุนการดนตรีมาก
ทรงมีวงดนตรีประจำวังที่เรียกว่า วงวังลดาวัลย์ ต่อมาเมื่อทรงสร้างวังขึ้นใหม่คือวังบางคอแหลมได้ย้ายนักดนตรีมาประจำที่วง
นี้เป็นจำนวนมากแล้วตั้งชื่อว่า วงวังบางคอแหลม นักดนตรีส่วนใหญ่มาจาก วงวังบูรพาภิรมย์
มีหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เป็นครูฝึกซ้อม มีจางวางผาด ปัญจโกวิทย์
เป็นผู้ควบคุมวง นักดนตรีในวงนี้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในยุคต่อมาเช่น
| นายรวม พรหมบุรี | ระนาดเอก |
| เรืออากาศเอก โองการ กลีบชื่น | ฆ้องวงเล็ก |
| นายรอด อักษรทับ | ระนาดเอก ฆ้องวง |
| นายเผือด นักระนาด | ระนาดเอก |
| นางจิ้มลิ้ม ธนาคม | นักร้อง |
วงดนตรีวังบางคอแหลม
ได้ชื่อว่าเป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดวงหนึ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ
โดยหลวงประดิษฐไพเราะฯซึ่งเป็นครูผู้ควบคุมวง ได้แต่งเพลงขึ้นเป็นเอกลักษณ์สำคัญประจำวงไว้หลายเพลงอาทิเช่น
เพลงแขกลพบุรีทางวังบางคอแหลม และ เพลงเชิดจีนทางวังบางคอแหลม เป็นต้น
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร
กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ทรงโปรดมากจึงให้ นายมั่น ตาปนานนท์
ซึ่งเป็นช่างฝีมือเอกในการทำผืนระนาดในยุคนั้น เหลาระนาดที่ทำด้วยไม้ไผ่ขึ้นมาเป็นพิเศษผืนหนึ่ง
โดยสลักพระนามย่อไว้ที่ด้านหลังของผืนแล้วทรงประทานให้หลวงประดิษฐไพเราะฯ นักดนตรีจึงเรียกระนาดผืนนั้นว่า
"ผืนระนาด ย.ท." ติดปากกันเรื่อยมา ปัจจุบันระนาดผืนนี้เป็นมรดกตกทอดอยู่กับ
อาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลงเช่นเดียวกับผืนระนาดเอกทับทิม

4) ผืนระนาด แม่ลาย

ผืนระนาดเอกผืนที่สี่ของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ
(ศร ศิลปบรรเลง) ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือผืนระนาดที่มีชื่อว่า
"แม่ลาย" ผืนระนาดแม่ลายเป็นผืนที่ทำด้วยไม้ไผ่ที่มีลายแปลกตาจึงเรียกว่าแม่ลาย
เป็นผืนระนาดที่มีเสียงไพเราะมากอีกผืนหนึ่ง และเป็นสมบัติส่วนตัวของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯที่ได้มอบเป็นมรดกแก่ลูกชายคนที่สามคือ
นาวาเอกพิเศษสมชาย ศิลปบรรเลง ร.น. (ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ที่บ้านถนนอรุณอัมรินทร์ใกล้กับกรมอู่ทหารเรือ)
นาวาเอกสมชาย ศิลปบรรเลง ได้เก็บรักษาผืนระนาดเอกแม่ลายไว้บน "เรือนเครื่อง"
ซึ่งเป็นที่เก็บของเครื่องดนตรีไทยมากมายหลายชนิดและ ยังนำระนาดผืนนี้ออกมาบรรเลงบ้างในโอกาสที่เห็นว่าสมควร