ต่อไปจะเป็นการฝึกตีสายขิมทั้ง 21 ตำแหน่งเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและชำนาญ ขอให้สังเกตดู
แผนผังการเรียงเสียงของสายขิมดังภาพต่อไปนี้ครับ
แต่ละแถวจะใช้ตัวเลข 1 ถึง 7 แทนเสียงโน้ตโดยกำหนดสัญญลักษณ์ประจำแต่ละแถวดังนี้คือ
ถ้าเป็นเลขในแถวซ้ายจะไม่มีเครื่องหมายกำกับใดๆทั้งสิ้น ถ้าเป็นเลขในแถวกลางจะมีเครื่องหมาย
จุด กำกับไว้ข้างบน ส่วนตัวเลขในแถวขวาจะมีเครื่องหมาย บวก กำกับไว้ข้างบน การที่
กำหนดเครื่องหมายไว้ดังนี้เพื่อมิให้มีความสับสนในขณะที่ถอดทำนองเพลงด้วยโน้ตครับ
ขั้นแรกให้ฝึกตีสายขิมในแถวซ้ายก่อนโดยเริ่มตีจากข้างบนลงมาข้างล่าง ใช้ไม้ขิมในมือซ้าย
ตีที่ตำแหน่งเลข 2 จากนั้นใช้ไม้ขิมในมือขวาตีที่ตำแหน่งเลข 1 แล้วตีสลับมือกันดังนี้เรื่อยลงมา
จนถึงเลข 3 ซึ่งเป็นตำแหน่งสุดท้ายในแถว ถ้าตีสลับมืออย่างถูกต้องไม้ขิมในมือซ้ายจะจบลงที่
ตำแหน่งเลข 3 พอดี จากนั้นจึงตีย้อนกลับขึ้นไปใหม่จนไม้ขิมในมือซ้ายไปจบลงที่เลข 2 อีกครั้ง
ถือเป็น 1 รอบ ให้ฝึกตีไล่เสียงขึ้นลงดังนี้หลายๆรอบพร้อมกับกำหนดรู้ไปด้วยว่าตีไปกี่รอบแล้ว
ขณะที่ตีให้วางแนวไม้ขิมให้คู่ขนานกันเหมือนกับรางรถไฟดังภาพหมายเลข 1 อย่าวางแนวไม้
ขิมอยู่ในแนวเอียงเหมือนดังในภาพหมายเลข 2 เพราะจะดูไม่สวยงาม การฝึกวางมือให้สวย
งามและถูกต้องเสียตั้งแต่แรกเป็นสิ่งสำคัญมากครับ เพราะถ้าเคยชินกับการจับแบบใดแบบหนึ่ง
แล้วจะแก้ไขได้ยาก นักดนตรีที่มีบุคลิกภาพเรียบร้อยสง่างามและมีท่วงท่าทะมัดทะแมงย่อม
โน้มนำให้ผู้ชมมีความชื่นชอบไปแล้วส่วนหนึ่งจริงไหมครับ
พยายามให้ไม้ขิมขนานกันเหมือนรางรถไฟ
การฝึกตีไล่เสียงสายขิมทั้ง 7 ตำแหน่งนี้ต้องฝึกทุกแถวนะครับ คือเมื่อฝึกตีสายขิมในแถวซ้าย
จนคล่องแล้วให้ย้ายมาฝึกตีสายขิมในแถวกลางและแถวขวาด้วย ขณะที่ตีก็ให้พิจารณาตรวจสอบ
ไปด้วยว่ากลไกการตีเป็นไปตามที่ผมได้อธิบายไปแล้วหรือไม่ พยายามฝึกตีไล่เสียงสายขิมจนมี
ความชำนาญคือเมื่อนึกจะตีสายขิมตำแหน่งไหนด้วยมือซ้ายหรือมือขวาก็ทำได้ทันที วิธีฝึกแบบ
นี้เป็นกระบวนท่าพื้นฐานซึ่งจะมีประโยชน์ในการฝึกตีขิมมากทีเดียวครับ